| |
อีคอมเมอร์ส คืออะไร ?
อีคอมเมอร์ส หรือการทำธุรกิจแบบ ออนไลน์ โดยการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเป็นช่องทาง ตัวอย่างเช่น การแสดงข้อมูลแคตาล็อคสินค้า การสั่งซื้อแบบออนไลน์ ซึ่งอาจรวมถึง การชำระเงิน ซึ่งช่วยให้เราสามารถทำธุรกิจ หรือขายสินค้าให้กับลูกค้าได้สะดวก รวดเร็วกว่าเดิม
การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายลง จากเดิมเราอาจติดต่อโดยทางโทรศัพท์ หรือแฟกซ์ มาเป็นการใช้การติดต่อผ่านทางอีเมล์หรือการนำข้อมูลแสดงไว้ที่เว็บไซต์
อีคอมเมอร์ส ช่วยธุรกิจของคุณได้อย่างไร?
- แสดงข่าวสารและให้ข้อมูล เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ
- นำเสนอสินค้าและบริการ ได้ตลอดเวลาและได้ทั่วโลก
- ปรับปรุงบริการให้แก่ลูกค้าและเพิ่มช่องทางในการให้บริการ
- สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้มีมากขึ้น
- ในบางกรณีอาจลดค่าใช้จ่ายในการกระจายสินค้า (reduce distribution cost)
- ลดต้นทุนและเพิ่มกำไร
- ทำให้เราสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดการค้าได้ เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง
ขั้นตอนการ ขายสินค้า แบบ ออนไลน์
- นำเสนอสินค้าและบริการ ผ่านทาง เว็บไซต์ ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบแสดงหน้าสินค้าแต่ละรายการ หรือมีตระกร้ารถเข็นในลูกค้าเลือก (shopping cart)
- รับคำสั่งซื้อ โดยจะต้องได้รับข้อมูล ...ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อ, รายการและจำนวนที่สั่งซื้อ, จำนวนเงินที่ต้องชำระ, วิธีการชำระ ซึ่งหากเป็นกรณีเครดิตคาร์ต จะต้องมีเลขที่บัตร วันที่หมดอายุ และชื่อของเจ้าของบัตร
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การสั่งซื้อกับลูกค้า
- บรรจุภัณฑ์สินค้าและจัดส่งสินค้า ใบเสร็จรับเงินตามใบสั่งซื้อ
เริ่มต้นจัดตั้ง เว็บไซต์ หรือ อีคอมเมอร์สไ ด้อย่างไร?
ขั้นตอนที่ 1
- กำหนดจุดมุ่งหมายของ เว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้เราได้ความต้องการ ของ เว็บไซต์ (Web site requirement)
- กำหนดงบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ
เพื่อให้มั่นใจว่าเว็บไซต์จะให้ประโยชน์ แก่ธุรกิจของคุณและลูกค้า การกำหนดวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ เริ่มจากสิ่งที่คุณต้องการจะให้กับผู้เยี่ยมชม ซึ่งต้องเหมาะสมกับเป้าหมายของธุรกิจของคุณ และทรัพยากรที่คุณมีอยู่ด้วย
ตัวอย่างของเป้าหมายของ เว็บไซต์
- เพื่อการขายแบบออนไลน์ (Online Sale)
- เพื่อการทำการตลาด (Marketing)
- เพื่อบริการแบบออนไลน์ (Online service)
- เพื่อให้ข้อมูล ข่าวสาร (Information delivery)
- เพื่อบริการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้า (Customer support)
- เพื่อเป็นเครื่องมือในการค้นคว้า หาความรู้ (search)
- เพื่อเป็นสังคมของคนที่สนใจตรงกัน (Community) เป็นต้น
ขั้นตอนที่2 กำหนดสินค้าที่จะนำเสนอ หรือจะขาย
โดยอาจจำแนกประเภทของสินค้าออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ
- สินค้าที่จับต้องได้ มีตัวตน (Tangible goods) ซึ่งต้องมีการจัดส่งให้กับลูกค้า
- สินค้าที่จับต้องไม่ได้ หรือสินค้าดิจิตอล (Intangible goods หรือ digital goods) ซึ่งอาจเป็นข้อมูล เพลง หรือบริการ
ขั้นตอนที่3 ตั้งชื่อโดเมน จดทะเบียนชื่อโดเมน พื้นที่จัดเก็บ และจัดทำเว็บไซต์
จดทะเบียนชื่อ เว็บไซต์
ชื่อ web site หรือ Domain name มีความสำคัญมาก เปรียบเสมือนตัวแทนของธุรกิจ , สินค้า หรือ Brand Name เลยทีเดียว ชื่อ web site ถือเป็นทรัพย์สินที่อาจนำมาซื้อขายกันได้ด้วย
การเลือกใช้ชื่อจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ชื่อที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
"มีความหมาย- สั้น- จดจำได้ง่าย-สะกดผิดได้ยาก"
พื้นที่จัดเก็บ เว็บไซต์ หรือเ ว็บโฮสต์ ซึ่งใช้ในการจัดเก็บข้อมูล เช่น html, image , email หรือ program ไว้ที่เว็บเซิฟท์เวอร์ ซึ่งจะเผยแพร่เว็บไซต์ของเราสู่อินเตอร์เน็ตให้ผู้อื่นเข้าชมได้ โดยต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับการใช้งาน Feature ที่มีให้และราคา ตลอดจนความเร็วและเสถียรภาพของโฮสต์ [คลิ๊กเพื่อเรียกดู Host feature]
ขั้นตอนที่4 นำ เว็บไซต์ เข้าใช้งาน (Implementation)
การประชาสัมพันธ์ WEB SITE ให้เป็นที่รู้จัก อาจกระทำได้หลายวิธี เช่น
- รวบรวม Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ จากนั้น ลงทะเบียน Web site กับ Search Engine ที่ได้รับ ความนิยม เช่น YAHOO.COM , LYCOS.COM, GO.COM, Altavista.com, SANOOK.COM เป็นต้น
- ใส่ ชื่อ web ของคุณลงบนเครื่องเขียน, แบบ Form, นามบัตร หรือเอกสารของบริษัทหรือทุกที่ที่ลูกค้า ของคุณจะเห็นได้
- มี Mailing List หรือส่งจดหมายข่าว e-mail เพื่อส่งข่าวสารให้ลูกค้า
- บริการของฟรีผ่านทาง web
- แลก Link กับ Web Site อื่นๆ ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ
- จัดให้มีการประกวดหรือแข่งขันชิงรางวัล เพื่อดึงดูดให้คนเข้าชม web site ของคุณ
- ซื้อพื้นที่วางป้ายโฆษณา หรือ Banner กับ Web Site ที่คาดว่าจะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณเข้าชม
TIP ...จากการสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่พบ Web site ต่างๆ ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
| Search Engine |
87% |
| แลก Link |
85% |
| สิ่งพิมพ์ |
63% |
| ปากต่อปาก |
58% |
| News Group |
32% |
| e-mail |
32% |
| โทรทัศน์ |
32% |
| อื่นๆ |
28% |
Source : Geogia Tech 1998
|
|
|
ตัวอย่าง ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
DELL ผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์
ซึ่งเป็นหนึ่งใน ผู้ประสบความสำเร็จและ มีอัตราการเจริญเติบโต สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำการค้าขาย เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ทางไปรษณีย์ ในปี 1993 บริษัท Dell นำระบบอี-คอมเมอร์ส เข้ามาใช้กับ การจำหน่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัท หากลูกค้าสั่งซื้อ เครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทาง อินเตอร์เน็ต บริษัทสามารถประกอบ และจัดส่งเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ลูกค้าภายใน 5 วัน
ด้วยการประชาสัมพันธ์ และการทำการตลาด อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ Dell มียอดขายเครื่องคอมพิวเตอร์ ผ่านทางร้านค้าออนไลน์ กว่า 1.5 ล้านเหรียญหรือ 60 ล้านบาทต่อวัน
ตัวอย่าง ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
Amazon.com ร้านหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ และประสบความสำเร็จสูงสุด ของโลก
ในปี 1995 Amazon.com สามารถขายหนังสือ จากเว็บไซต์ได้ด้วยมูลค่าถึงกว่า 1 ล้านเหรียญ และในอีก 2 ปี ต่อมา สามารถขายหนังสือได้ถึงกว่า 30 ล้านเล่ม
สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ Amazon ขายหนังสือได้จำนวนมากมาย ก็ด้วยความเอาใจใส่ และเข้าใจลูกค้า มีข้อมูลรีวิว บทคัดย่อ ชื่อ และอีเมล์ของผู้ที่เคยซื้อไปแล้ว และความเห็นของผู้ซื้อเหล่านั้น นี่เองคือเหตุผลว่า ทำไมลูกค้าส่วนใหญ่ จึงเลือกซื้อหนังสือกับ Amazon.com
|
|
|